สุขอนามัยคืออะไร?

สุขอนามัย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Hygiene คือ นิสัยหรือพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วยเพื่อคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดี ซึ่งสุขอนามัยจะดีได้ ต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองให้ดีก่อน เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดีในอนาคตต่อไปค่ะ

Personal Hygiene: สุขอนามัยดี เริ่มที่ตัวเรา

สุขอนามัย hygiene

สุขอนามัยการใช้ห้องน้ำ

  • ล้างมือหลังใช้ห้องน้ำด้วยสบู่ทุกครั้ง 20 – 30 วินาที จากนั้นเช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าขนหนู
  • หากในห้องน้ำไม่มีสบู่ ให้ล้างด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 75% ขึ้นไป หากแพ้แอลกอฮอล์ให้ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อจากน้ำเปล่า (Electrolyzed Water) แทน

ชำระร่างกายให้เป็นนิสัย

  • อาบน้ำฟอกสบู่เพื่อชำระล้างไขมันส่วนเกิน คราบสกปรก และเซลล์ผิวหนังที่ตายให้หลุดออก
  • สระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้หนังศีรษะมัน ก่อให้เกิดรังแค และอาการคันตามมา

ใส่ใจความสะอาดของเล็บมือ

  • ตัดเล็มเล็บมือให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อลดการสะสมเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่ปาก
  • ไม่กัดเล็บมือจนติดเป็นนิสัย เพราะนอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่างๆ ผ่านช่องปากเข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย

ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาทีเป็นอย่างน้อย หลังตื่นนอนและก่อนเข้านอนทุกวัน เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย สาเหตุหลักที่ทำให้ฟันผุ โรคเหงือก และปัญหาช่องปาก
  • หากเป็นไปได้ ควรแปรงฟันและบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งหลังมื้ออาหารในแต่ละวัน
  • ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน เพราะการแปรงฟันอย่างเดียว อาจทำความสะอาดฟันได้ไม่ทั่วถึง
  • พบหมอฟันเพื่อตรวจเช็คสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 1 – 2 ครั้ง

มือสะอาดคือสิ่งสำคัญ

ต้องล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งให้ติดเป็นนิสัย หลังทำธุระและหยิบจับสิ่งของที่อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ เช่น

  • ก่อนรับประทานอาหาร
  • หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง
  • หลังหยิบจับขยะ หรือสิ่งสกปรก
  • เมื่อเอามือปิดปาก หลังไอหรือจาม
  • หลังสัมผัสกับสิ่งของที่มีการสะสมของเชื้อโรคอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ราวบันได ปุ่มลิฟท์ มือถือ เหรียญและธนบัตร ถุงใส่ของช้อปปิ้ง หรือของใช้ส่วนรวมอื่นๆ

Air Hygiene: อากาศดี ส่งผลให้สุขอนามัยดีด้วย

สุขอนามัย hygiene

อากาศสะอาดคือจุดเริ่มต้นของการมีสุขอนามัยดี ลองคิดดูนะคะหากเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอากาศสะอาดและบริสุทธิ์ตลอดเวลา สุขภาพของเราก็จะดีตามไปด้วย เพราะเราหายใจรับอากาศที่มีคุณภาพเข้าสู่ปอด กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายก็จะมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดหมุนเวียนตามปกติ อารมณ์เราก็จะสดชื่นแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง ทำงานและใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข เห็นมั้ยคะว่าคุณภาพของอากาศส่งผลต่อร่างกายมนุษย์เรามากขนาดไหน รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมใส่ใจเรื่องอากาศกันด้วยนะคะ

Living Care: คุณภาพการอยู่อาศัยในบ้าน คือส่วนสำคัญของการมีสุขอนามัยที่ดี

สุขอนามัย hygiene

รู้มั้ยคะว่าคนเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากที่สุด โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มีโรคระบาดแบบนี้ จำนวนชั่วโมงที่เราอยู่ในบ้านก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นการใส่ใจและดูแลความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ในบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของเราทั้งสิ้น

ห้องนอน

ห้องที่สำคัญที่สุดในบ้าน เพราะเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการนอน อากาศต้องบริสุทธิ์ ปลอดฝุ่น เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ หมั่นนำเครื่องนอนออกมาซักและผึ่งแดดอยู่เสมอ ข้าวของเครื่องใช้ต้องจัดให้เป็นระเบียบ รวมถึงสภาพแวดล้อมในห้องต้องเอื้ออำนวยต่อการพักผ่อนด้วยเช่นกัน

ห้องครัว

พื้นที่ทำอาหารที่สำคัญไม่แพ้ห้องนอน ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดในทุกๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เตรียมอาหาร พื้นที่จัดเก็บและวางอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงพื้นที่ล้างทำความสะอาดวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ซิงค์ล้างจาน เพราะหากเราทำความสะอาดไม่ดี เชื้อโรคต่างๆ ก็จะสะสม นานวันไปก็จะเริ่มส่งกลิ่นรบกวน และส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

พื้นที่ส่วนรวม

เช่น ห้องน้ำ ห้องรับแขก เราต้องให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดด้วยเช่นกัน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนในบ้านใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด ควรหมั่นทำความสะอาด ดูดฝุ่น ปัดกวาดเช็ดถูอยู่เป็นประจำ

ปรับพฤติกรรมใหม่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีขึ้น

สุขอนามัย hygiene

ปรับ Mindset เรื่องสุขอนามัย

หากเรายังเคยชินกับการใช้ชีวิตประจำวันในแบบฉบับของตัวเอง จนไม่สามารถแยกแยะได้ว่า กิจวัตรประจำวันที่เราทำอยู่ส่งเสริมให้มีสุขอนามัยที่ดีขึ้นหรือไม่ ลองเริ่มสำรวจตัวเองตั้งแต่ตื่นเช้าถึงเข้านอนกันค่ะ ว่าเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับเรื่องไหน แล้วการดูแลสุขอนามัยของเราเต็ม 10 ให้คะแนนเท่าไหร่ดีคะ เพราะไม่มีใครรู้จักเราดีไปกว่าตัวเราเองแน่นอนค่ะ

กำหนดเป้าหมายให้แน่วแน่

เป้าหมาย คือการสร้างแรงบันดาลใจที่จะช่วยให้เราทำได้สำเร็จ เริ่มจากตั้งเป้าจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้แน่นอนก่อนก็ได้ค่ะ เช่น จะแปรงฟันวันละ 2 ครั้งทุกวันให้ได้ จะต้องล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำหรือหยิบจับสิ่งของ จะพกอุปกรณ์จำเป็นในการปกป้องตัวเองจากเชื้อโรคก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

เตือนตัวเองอยู่เสมอ

สำหรับท่านไหนที่ชอบลืม แนะนำให้หาตัวช่วยเตือนระหว่างวัน เช่น แอปพลิเคชันช่วยเตือนในมือถือ หรือแปะสติ๊กเกอร์ไว้บริเวณที่เรามองเห็นบ่อยๆ เช่น หน้ากระจก หน้าจอมือถือ หน้าประตู เป็นต้น

ทำทุกวันให้เป็นนิสัย

ความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญที่สุดในการปรับพฤติกรรมตัวเองสู่การมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น สิ่งไหนที่เราทำเป็นประจำอยู่แล้วก็ทำต่อไป สิ่งไหนทำน้อยอยู่ก็ทำให้มากขึ้น หรือสิ่งไหนที่ยังไม่เคยทำก็ลองทำดู แล้ววันนึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะกลายเป็นพฤติกรรมปกติในชีวิตประจำวันของเราไปเองค่ะ

“มาสำรวจพฤติกรรมของตัวเองกันค่ะ ว่ามีระดับสุขอนามัยดีมากน้อยแค่ไหน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราและคนที่เรารัก”

สุขอนามัย hygiene

ด้วยความห่วงใยจาก Chivit-D by SCG
#ปกป้องอย่างมั่นใจเพื่อคุณและครอบครัว


อ้างอิง
https://www.healthline.com/health/personal-hygiene#creating-a-routine